มาทำความรู้จักฮีโร่แห่งยุค กับยาแก้กรดไหลย้อน!

มาทำความรู้จักฮีโร่แห่งยุค กับยาแก้กรดไหลย้อน!

ในปัจจุบันนี้คงจะไม่มีโรคไหนที่ฮอตฮิตเท่ากับอาการกรดไหลย้อนอีกแล้ว! เรียกได้ว่ายาแก้กรดไหลย้อนกลายเป็น Item เด็ด ที่ทุกคนต้องมีติดกระเป๋า อาจจะเพราะด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนรุ่นใหม่ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการนอนดูหนังไปด้วย รับประทานอาหารไปด้วย การเร่งรีบที่จะรับประทานอาหารให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ฯลฯ ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คุณนั้นเกิดอาการกรดไหลย้อนเอาได้ และในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับโฉมหน้าของฮีโร่ ที่จะพาคุณก้าวข้ามผ่านความทรมานอย่าง ‘ยาแก้กรดไหลย้อน’ ซึ่งจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลย

แนวทางการรักษาโรคกรดไหลย้อน

แม้ว่าอาการกรดไหลย้อน จะไม่ได้ทำให้คุณนั้นอันตรายถึงชีวิต แต่! ถ้าปล่อยให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ก็อาจจะส่งผลร้ายได้มากกว่าที่คิด ดังนั้นแพทย์ทำการรักษาตามระดับอาการที่คุณเป็น โดยเริ่มจาก

1.ทดลองให้ยาลดกรดชนิด Proton pump inhibitor (PPI) ขนาดสูง (PPI Test) เช่น omeprazole (miracid®), esomeprazole (nexium®), rabeprazole (pariet®), lansoprazole (prevacid®) เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ แล้วสรุปผลการรักษาว่าอาการที่คุณเป็นอยู่นั้นดีขึ้นบ้างหรือไม่

2.ส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อที่ว่าแพทย์จะมองเห็นแผลหรือต้นเหตุที่ทำให้มีอาการกรดไหลย้อนนั่นเอง

3.ส่งตรวจวัดค่าความเป็นกรด ด่าง (pH) ในหลอดอาหาร และคอหอยส่วนล่าง(Ambulatory 24-Hour Double–Probe pH Monitoring) วิธีนี้ถือเป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนเลยล่ะ

ซึ่งทั้ง 3 แนวทางในการรักษา จะช่วยให้คุณหายขาดจากอาการกรดไหลย้อนที่เป็นอยู่ แต่ที่สำคัญ! คือคุณต้องเคร่งคัดในการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เชื้อดื้อยา จนทำให้อาการที่เป็นอยู่นั้นรุนแรงมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

ยาแก้กรดไหลย้อนที่คุณต้องเริ่มทำความรู้จัก!

จริงๆ แล้ว ยาแก้กรดไหลย้อนนั้นมีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งแพทย์และเภสัชจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจว่าอาการของคุณต้องใช้ยาตัวไหนในการรักษา โดยยาแก้กรดไหลย้อนจะมีด้วยกันอยู่ 3 ระดับหลักๆ ดังนี้

ยาระดับที่ 1

ยาลดกรด (Antacids) หรือยาลดการผลิตกรด (H2-BLOCKERS) ยาชนิดนี้ช่วยทำให้กรดไม่ไหลย้อนเข้าหลอดอาหาร มักจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยเด็ก เนื่องจากเป็นยาน้ำทานง่าย มีหลากหลายรสชาติให้เลือก

ยาระดับที่ 2

ยาที่ทำให้หยุดการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร คือ ยาในกลุ่ม Proton – Pump Inhibitors (PPIs) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการผลิตกรดของกระเพาะอาหารหรือทำให้ไม่มีการผลิตกรดในกระเพาะอาหารในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงน้อย แต่มีรายงานผลข้างเคียงว่าอาจจะเกิดการท้องผูก คลื่นไส้และปวดศีรษะ ซึ่งถ้าคุณหยุดรับประทานยาแล้วแต่ผลข้างเคียงนั้นยังไม่หายไป อาจจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง

ยาระดับที่ 3

คือ Prokinetic Agents ยาในกลุ่ม Prokinetic Agents ทำหน้าที่ช่วยทำให้หูรูดกระเพาะอาหารปิดอย่างสนิท เพื่อทำให้ไม่เกิดภาวะกรดและอาหารไหลย้อน ยาในกลุ่มนี้มักจะใช้ร่วมกันกับยาในกลุ่มที่ 1 หรือยาลดกรด เพื่อประสิทธิในการทำงานของตัวยาจะดีขึ้นและเห็นผลไวขึ้นอีกด้วย

ถ้าหากไม่อยากกินยาแก้กรดไหลย้อนต้องทำอย่างไร ?

หากถามตามความจริงแล้ว การรับประทานยาแก้กรดไหลจะช่วยให้คุณหายจากอาการดังกล่าวได้เร็วที่สุด สำหรับใครที่ไม่สะดวกหรือไม่ชอบทานยา ก็สามารถระมัด ระวัง พฤติกรรมเสี่ยงที่จะส่งผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อนต่างๆ ได้ดังนี้

1.หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ห้ามนอนในทัน! ( ข้อนี้สำคัญมากๆ )

2.ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดรูปมาจนเกินไป เพราะจะทำให้การย่อยอาหารภายในนั้น ทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น

3.ไม่ทำให้ตัวเองเครียด เพราะเมื่อไหร่ที่สมองของคุณเกิดภาวะกดดัน ร่างกายของคุณจะปล่อยกรดออกมาในกระเพาะเป็นจำนวนมาก บางรายถึงขั้นเป็นแผลในกระเพาะเลยก็มี!

4.หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มช็อกโกแลต กาแฟ อาหารที่มีไขมันหรือกรดสูง (ประเภทของทอด) น้ำผลไม้หมักดองที่มีรสเปรี้ยว

5.นอนให้ศีรษะสูงขึ้นจากเดิม 6 – 8 นิ้ว

6.งดสูบบุหรี่ ตัวการสำคัญที่ทำให้คุณเกิดอาการกรดไหลย้อน คือการสูบบุหรี่ ดังนั้นถ้าตัดใจเลิกได้ก็คือสิ่งที่คุณควรจะทำ เพราะนอกจากร่างกายคุณจะห่างไกลจากอาการกรดไหลย้อนแล้ว ยังห่างไกลจากโรคร้ายอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

เพียงแค่ 6 ข้อที่เรากล่าวไป ก็จะช่วยทำให้คุณนั้นห่างไกลจากอาการกรดไหลย้อนได้แล้ว แต่! ถ้าใครเกิดโชคร้ายเป็นขึ้นมา การรับประทานยาแก้กรดไหลย้อนคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ!

และยาแก้กรดไหลย้อนที่กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้ตัวอย่างอื่นๆ เลยคือ GreenCurmin กรีนเคอมิน ผลิตภัณฑ์สารสกัด

จากสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นขมิ้นชัน บล็อกเคอรี่ มอลโตเดกซตินและพริกไทยดำ ที่จะทำหน้าที่สมานแผลภายในกระเพาะ ช่วยย่อยอาหาร ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดกรด ลดการอักเสบ ฯลฯ เรียกได้ว่า GreenCurmin กรีนเคอมิน ได้ครอบคลุมทุกปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และที่สำคัญ GreenCurmin กรีนเคอมิน ยังได้รับการการันตีว่ามีคุณภาพ จากรางวัลเหรียญทองระดับโลก! ด้วยผลจากการวิจัยในทางการแพทย์ว่าปลอดภัย เห็นผลจริง และมีการจดเลขทะเบียนกับ อย. อย่างถูกต้องตามกฎหมายกำหนดอีกด้วย!