“ยาแก้ปวดท้อง”ทำงานยังไง

“ยาแก้ปวดท้อง”ทำงานยังไง

เชื่อว่าทุกคนในโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเคยรับประทานยาแก้ปวดกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำ แบบเม็ด หรือแบบผงในแคปซูลก็ตาม เพื่อใช้บรรเทาอาหารปวดต่างๆ ตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดฟัน หรือปวดส่วนอื่นๆ ก็ตาม แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่ายาแก้ปวดนั้นมีอะไรบ้าง และยาแก้ปวดมีกลไกในการทำงานอย่างไร จึงทำให้บรรเทาความเจ็บปวดของร่างกายเราได้ ดังนั้น เราควรจะมาทำความรู้จักกับยาแก้ปวดเสียก่อนว่า ยาเหล่านั้นแบ่งเป็นกี่กลุ่ม และมีอะไรบ้าง

กลุ่มของยาแก้ปวดท้อง

ยาแก้ปวดโดยทั่วๆ ไป จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ก็คือ

ยากลุ่มพาราเซตามอล (Paracetamal) เป็นยาสามัญประจำบ้าน มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวด ลดไข้ เป็นยาไม่อันตราย ใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่เมื่อเราต้องการจะใช้ยาในกลุ่มนี้ เราควรจะต้องทราบข้อจำกัดต่างๆ ของยากลุ่มนี้ก่อน กล่าวคือ การรับประทานยากลุ่มพาราเซตามอลนี้ มักจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักตัว และไม่ควรรับประทานยาเกิน 8 เม็ดต่อวัน เพราะจะทำให้ตับของเราต้องทำงานหนักจนเกินไป ควรรับประทานยาห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง ห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งเพิ่มผลเสียให้กับตับมากยิ่งขึ้น ให้ใช้ยาเฉพาะเวลามีอาการเท่านั้น และที่สำคัญคือห้ามรับประทานยาในกลุ่มนี้ก่อนที่จะมีอาการปวด มิฉะนั้นอาจทำให้ร่างกายของเราได้รับยาแก้ปวดเกินขนาดได้

ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่กลุ่มสเตียรอยด์ หรือที่เรียกว่ายากลุ่ม NSIADs เป็นยาที่ใช้กันได้ทั่วไปในการรักษาอาการปวด ลดการอักเสบ และลดไข้ โดยมากจะใช้เป็นยาในการลดอาการปวดศีรษะ เป็นยาแก้ปวดท้อง ปวดท้องประจำเดือน ปวดขาแพลง ปวดข้อ หรือแก้ไข้หวัด เป็นต้น ถึงแม้ยากลุ่มนี้จะมีการใช้อย่างแพร่หลายก็ตาม แต่ยาชนิดนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายในบางรายได้ เมื่อเราต้องการใช้ก่อนใช้ยาในกลุ่มนี้ เราต้องพิจารณาก่อนว่าเรามีคุณสมบัติดังนี้หรือไม่ และหากมี เราจำเป็นที่จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยาในกลุ่มนี้ กล่าวคือ เรามียาที่ใช้รับประทานเป็นประจำหรือมียารักษาโรคประจำตัวอยู่แล้วหรือไม่ มีประวัติแพ้ยากลุ่มยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์มาก่อน เป็นโรคกระเพาะอักเสบหรือมีประวัติเป็นโรคกระเพาะอักเสบ เป็นโรคหอบหืด มีปัญหาทางด้านหัวใจ ไต ตับ ความดันโลหิต หรือระบบหมุนเวียนโลหิต อยู่ในภาวะการตั้งครรภ์ หรือต้องการมีบุตร หรือให้นมบุตร อายุมากกว่า 65 ปี หรืออายุน้อยกว่า 16 ปี

เมื่อเรารู้จักกลุ่มยาแก้ปวดไปแล้ว คราวนี้เราก็จะต้องมารู้เสียก่อนว่า ทำไมร่างกายของเราจึงมีอาการเจ็บปวดได้ และเมื่อเกิดความเจ็บปวด ก็จึงมีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดเหล่านั้นให้หายไป ถ้าอยากรู้ก็ต้องอ่านต่อ

ทำไมร่างกายของเราจึงเกิดอาการเจ็บปวดได้

ร่างกายของเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์และมีกลไกที่ซับซ้อนมาก ซึ่งร่างกายของเราจะมีกลไกพิเศษที่มีลักษณะเหมือนเครื่องตรวจจับความเจ็บปวด เป็นเส้นประสาทพิเศษที่มีชื่อว่า Nociceptor ซึ่งเส้นประสาทพิเศษนี้จะอยู่ในเกือบทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เราสามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้ทั้งภายในและภายนอกของร่างกายทันที เมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้น หรือเมื่อเซลล์ในร่างกายของเราส่วนใดส่วนหนึ่งถูกทำลายจนได้รับความเสียหาย เช่น การถูกมีดบาดที่นิ้วมือ การถูกน้ำร้อนลวกที่แขน การหกล้มจนทำให้หัวเข่าถลอกเป็นแผลเปิด เป็นต้น เมื่อร่างกายของเราถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆ เส้นประสาทพิเศษที่ชื่อ Nociceptor นี้ ก็จะทำการส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังสมองเพื่อเป็นการแจ้งเตือนให้สมองรับรู้ว่าร่างกายอยู่ในภาวะอันตราย ผลที่ตามมาก็คือ การที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดนั่นเอง และจากจุดนี้นี่เอง คือจุดที่ร่างกายของเราเกิดการเจ็บปวดขึ้นมาแล้ว และมีความต้องการที่จะได้รับการบรรเทาให้คลายความเจ็บปวดเหล่านั้นลง เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาแก้ปวด

เมื่อร่างกายของเราได้ถูกส่งสัญญาณเตือนจากเส้นประสาทพิเศษไปยังสมองให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นแล้ว ร่างกายในส่วนเซลล์ที่ได้รับความเสียหายนั้นจะปล่อยเอ็นไซม์ออกมา จากนั้นเอ็นไซม์ก็จะผลิตสารชนิดหนึ่งออกมาและส่งสัญญาณต่อไปยังสมองเพื่อให้สมองรับรู้ถึงความเจ็บปวดในส่วนนั้นๆ ของร่างกาย และเมื่อเราต้องการบรรเทาความเจ็บปวดนั้นให้หายไป เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาแก้ปวดเข้าไปเพื่อยับยั้งความเจ็บปวดนั้น เมื่อรับประทานยาแก้ปวดเข้าไปแล้ว ยาก็จะไปช่วยลดการเกิดสารที่ผลิตมาจากเอ็นไซม์ เมื่อไม่มีสารดังกล่าวหรือมีปริมาณที่ลดลงแล้ว ร่างกายจึงคลายความเจ็บปวดและรู้สึกหายปวดไปในที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้หมายความว่าร่างกายของเราหายเจ็บปวดจริงๆ เพียงแต่ว่ายาที่รับประทานเข้าไปนั้น เป็นเพียงแค่การตัดสัญญาณที่ส่งไปยังสมอง หรือทำให้สมองหยุดคิดถึงความเจ็บปวดเพียงชั่วคราวเท่านั้นเอง

คราวนี้หลายคนคงมีคำถามว่า ยาแก้ปวดศรีษะ ยาแก้ปวดท้อง หรือยาแก้ปวดต่างๆ นั้น จริงๆ เแล้ว มีกลไกทำงานอย่างไรกันแน่ที่ทำให้เราหายปวดและมันรู้ได้อย่างไรว่าเราเจ็บปวดตรงไหน คำตอบก็คือ ยาแก้ปวดไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าเราเจ็บปวดตรงไหน แต่เมื่อเรารับประทานยาแก้ปวดเข้าไปแล้ว ยาจะซึมเข้าไปสู่กระแสเลือดและกระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายทั้งในส่วนที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บและในส่วนที่ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นฤทธิ์ของยาก็จะไปทำการตัดสัญญาณที่ส่งไปยังสมองนั่นเอง ทำให้สมองไม่ได้รับสัญญาณรบกวนและไม่ได้คิดถึงความเจ็บปวดนั้นๆ เป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ในเชิงวิทยาศาสตร์ มีนักวิทยาศาสตร์บางท่านกล่าวไว้ว่า ในเรื่องของความเจ็บปวดนั้น นอกจากจะมาจากความรู้สึกทางด้านร่างกายที่เรารับรู้ได้โดยตรงแล้ว บางครั้งความเจ็บปวดก็อาจจะมีความสัมพันธ์กันกับความรู้สึกทางด้านจิตใจอีกด้วย เช่น ความเจ็บปวดมักจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด จิตใจ หรือความสนใจของเราในช่วงเวลา ณ ขณะที่เราเกิดความเจ็บปวดนั้นๆ อีกด้วย ซึ่งทำให้ส่งผลต่อความรู้สึกเจ็บปวดทางกาย ดังที่เคยได้ยินคำเปรียบเปรยที่ว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *