Author Archives: admin

“ยาแก้โรคกระเพาะ” กรีนเคอมิน เคอม่าแม็กซ์

สรรพคุณ กรีนเคอมิน และ เคอม่าแม็กซ์ กรีนเคอมิน >>> https://herbalap.com/product/greencurmin/ เคอม่าแม็กซ์ >>> https://herbalap.com/product/curmamax/ gastritis medicine greencurmin

‘ยาแก้จุกเสียด’ ขมิ้นชันนาโน ช่วยบรรเทาอาการจุกท้องได้อย่างง่ายดาย ไร้กังวล

สรรพคุณ กรีนเคอมิน และ เคอม่าแม็กซ์ กรีนเคอมิน >>> https://herbalap.com/product/greencurmin/ เคอม่าแม็กซ์ >>> https://herbalap.com/product/curmamax/

“ยาแก้ปวดท้อง”ทำงานยังไง

“ยาแก้ปวดท้อง”ทำงานยังไง เชื่อว่าทุกคนในโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเคยรับประทานยาแก้ปวดกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำ แบบเม็ด หรือแบบผงในแคปซูลก็ตาม เพื่อใช้บรรเทาอาหารปวดต่างๆ ตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดฟัน หรือปวดส่วนอื่นๆ ก็ตาม แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่ายาแก้ปวดนั้นมีอะไรบ้าง และยาแก้ปวดมีกลไกในการทำงานอย่างไร จึงทำให้บรรเทาความเจ็บปวดของร่างกายเราได้ ดังนั้น เราควรจะมาทำความรู้จักกับยาแก้ปวดเสียก่อนว่า ยาเหล่านั้นแบ่งเป็นกี่กลุ่ม และมีอะไรบ้าง กลุ่มของยาแก้ปวดท้อง ยาแก้ปวดโดยทั่วๆ ไป จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ก็คือ ยากลุ่มพาราเซตามอล (Paracetamal) เป็นยาสามัญประจำบ้าน มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวด ลดไข้ เป็นยาไม่อันตราย ใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่เมื่อเราต้องการจะใช้ยาในกลุ่มนี้ เราควรจะต้องทราบข้อจำกัดต่างๆ ของยากลุ่มนี้ก่อน กล่าวคือ การรับประทานยากลุ่มพาราเซตามอลนี้ มักจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักตัว และไม่ควรรับประทานยาเกิน 8 เม็ดต่อวัน เพราะจะทำให้ตับของเราต้องทำงานหนักจนเกินไป ควรรับประทานยาห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง ห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งเพิ่มผลเสียให้กับตับมากยิ่งขึ้น ให้ใช้ยาเฉพาะเวลามีอาการเท่านั้น และที่สำคัญคือห้ามรับประทานยาในกลุ่มนี้ก่อนที่จะมีอาการปวด มิฉะนั้นอาจทำให้ร่างกายของเราได้รับยาแก้ปวดเกินขนาดได้ ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่กลุ่มสเตียรอยด์ หรือที่เรียกว่ายากลุ่ม NSIADs เป็นยาที่ใช้กันได้ทั่วไปในการรักษาอาการปวด […]

“โรคกระเพาะอาหาร” คือปีศาจร้ายภายในร่างกาย

“โรคกระเพาะอาหาร” คือปีศาจร้ายภายในร่างกาย หลายครั้งที่คนเรามักจะโทษสิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวของเราว่า มันคือโชคชะตาหรือความโชคร้าย และบ่อยครั้งอีกเช่นกันที่เรามักจะโทษสิ่งต่างๆ ที่เรามองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าว่า สิ่งที่ทำให้เราเกิดทุกข์เหล่านั้นคือ เคราะห์กรรม แต่ในความเป็นจริงแล้วเราก็ไม่สามารถหาบทพิสูจน์ของข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเหล่านั้นได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเรื่องของสุขภาพโรคภัยไข้เจ็บด้วยแล้ว เราจะไปโทษผีสางนางไม้ หรือวิบากกรรมต่างๆ ก็คงจะไม่ได้ เพราะนั่นมันไม่ใช่เป็นเรื่องของความเชื่อ แต่มันเป็นเรื่องมาจากการที่ตัวของเราไม่ได้ใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเราเองเป็นหลักต่างหาก อย่าไปโทษใครเลยนอกจากตัวเราเท่านั้น ที่ทำให้ตัวเราเจ็บไข้ได้ป่วย จะเป็นจะตายก็เพราะตัวเราเองอีกนั่นแหละที่ไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยปละละเลยจนเกิดโรคร้ายขึ้น และหนึ่งในโรคที่คอยเป็นปีศาจร้ายแฝงกายอยู่ในตัวเรา โดยที่ตัวเราเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยนั่นก็คือ “โรคกระเพาะอาหาร” นั่นเอง ซึ่งโรคนี้เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่เมื่อเป็นแล้วก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่าที่เราคิดมากนัก เพราะโรคนี้สามารถกลับกลายเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ในที่สุด หากเราปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานเกินไปจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง หนึ่งในสาเหตุที่มีความสัมพันธ์กับโรคนี้คือ การที่กระเพาะอาหารมีกรดมากจนเกินไป อันเนื่องมาจากการที่รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา เพราะเมื่อเวลาที่เรารับประทานอาหารนั้น ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยออกมา เพื่อทำการย่อยอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แต่ถ้าเราไม่รับประทานอาหารให้ตรงเวลา เมื่อถึงเวลาที่รับประทานอาหารแล้ว เรายังไม่ได้รับประทานอาหารตามเวลานั้นๆ ร่างกายก็ยังคงหลั่งน้ำย่อยออกมาตามปกติเพื่อทำการย่อยอาหารต่อไป แต่ในขณะนั้นร่างกายในส่วนกระเพาะยังไม่มีอาหารอยู่ น้ำย่อยที่ร่างกายหลั่งออกมาก็จะทำการย่อยเนื้อกระเพาะของเราแทนการย่อยอาหาร ทำให้เกิดกระเพาะเป็นแผล และผลที่ตามมาก็คือทำให้เกิดอาการปวดท้องในที่สุด นอกจากนี้ปัจจัยที่ความสัมพันธ์กันกับการเกิดโรคนี้ก็คือ การที่มีกรดในกระเพาะอาหารมากจนเกินไป ซึ่งสิ่งที่ทำการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างกรดในกระเพาะอาหารที่มากขึ้นนั้นก็ได้แก่ การสูบบุหรี่ ความเครียด การดื่มเครื่องดื่มที่สารคาเฟอีนมากจนเกินไป โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลทำให้ร่างกายของเราเกิดการกระตุ้นและนำไปสู่การหลั่งกรดในกระเพาะอาหารที่มากจนเกินไปนั่นเอง โรคกระเพาะอาหารอาจแบ่งตามลักษณะอาการได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ […]

วิถีโรคกระเพาะอาหาร

วิถีโรคกระเพาะอาหาร NO PAIN – NO GAIN คือ สำนวนที่เราเคยได้ยินว่า “ไม่เจ็บปวด – ไม่ได้กำไร” แต่ในที่นี้ เราไม่ได้หมายถึงกำไรที่มีลักษณะในรูปที่เป็นตัวเงิน หากแต่กำลังหมายถึงกำไรที่มีลักษณะมาจากการที่ไม่เป็นโรคร้ายต่างหาก และนั่นน่าจะถือได้ว่าเป็นกำไรที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของคนเราก็ว่าได้ เพราะ “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” นั้น ยังคงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่อมตะตลอดกาล ซึ่งคงไม่มีใครอยากที่จะเป็นคนที่ “มีเงินล้นฟ้า แต่โรคาล้นตัว” ทุกคนล้วนอยากมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และไม่มีโรคภัยไข้เจ็บกันทั้งนั้น หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถจะเลือกได้ว่า เราจะไม่เป็นโรคอะไรได้ นอกเสียจากว่าเราจะต้องมีวินัย ดูแลใส่ใจสุขภาพของเราอย่างดีเยี่ยมและสม่ำเสมอมากๆ เราจึงอาจจะรอดพ้น หรือลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคร้ายต่างๆ ได้ และเมื่อพูดถึงโรคต่างๆ นั้น โรคที่กำลังเป็นที่นิยมและได้รับการตอบรับจากคนไข้มากที่สุดโรคหนึ่งก็คือ “โรคกระเพาะอาหาร” ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็นโรคนี้นั้น เขาอยากที่จะเป็น แต่เป็นเพราะเขาไม่ได้ดูแลตัวเองให้ดีพอต่างหาก หรือมีวิถีในการดำเนินชีวิตที่มีความเสี่ยงและนำพาไปสู่การเป็นโรคนี้ วิถีที่ว่านี้ก็คือ “วิถีของโรคกระเพาะอาหาร” วิถีที่ 1 : แบบไม่มีแผลในกระเพาะอาหาร วิถีนี้คือ การปวดท้องจากการที่กระเพาะอาหารไม่มีแผล แต่เกิดจากความเครียด ดังที่เราเคยได้ยินกันว่า “เครียดลงกระเพาะ” นั่นเอง เมื่อร่างกายเราเกิดภาวะเครียดขึ้นมา สารสื่อประสาทในสมองจะหลั่งออกมามากผิดปกติ […]

หลบหลีกการกินยาแก้ปวดท้องได้ง่ายๆ กับตัวช่วยดังต่อไปนี้!

หลบหลีกการกินยาแก้ปวดท้องได้ง่ายๆ กับตัวช่วยดังต่อไปนี้! อาการปวดท้องมักไม่เข้าใครออกใคร บทจะปวดขึ้นมาก็ทำหลายๆ คนตัวงอเป็นกุ้งกันเลยทีเดียว ซึ่งทางออกก็มีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะไปหาหมอหรือการรับประทานยาแก้ปวดท้องตามท้องตลาดทั่วไป แต่! คุณรู้หรือไม่ว่าบนโลกนี้มีความพิเศษมากกว่านั้น เพราะมีเคล็ดลับวิธี(แก้ปวดท้อง)และอาหารที่จะช่วยให้อาการปวดท้องของคุณนั้นทุเลาเบาบางลง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพายาแก้ปวดท้องเลยแม้แต่นิดเดียว! พูดมาขนาดนี้คุณคงอยากจะรู้แล้วใช่ไหมว่า อาหารและวิธีการที่เรากำลังจะกล่าวถึงนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลย! 1.น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) มีกรดที่อ่อนกว่ากรดในกระเพาะอาหาร จึงสามารถเข้าไปช่วยสร้างสมดุลการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร อีกทั้งยังช่วยย่อยไขมันที่เป็นสาเหตุของอาการอาหารไม่ย่อยอีกด้วย และที่สำคัญการรับประทานน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลแก้ปวดท้องนี้ มีการทำมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณเลยล่ะ 2.โยเกิร์ต เชื่อหรือไม่โยเกิร์ตที่เราเห็นวางขายกันอยู่ทั่วไป สามารถเป็นยาแก้ปวดท้องเฉพาะกิจได้เหมือนกัน เพราะว่าโยเกิร์ตมีแบคทีเรียจากธรรมชาติและด้วยฤทธิ์ของการกระตุ้นโพรไอโอติก ที่จะเข้าไปช่วยบรรเทาอาการไม่สบายท้องของคุณให้บรรเทาเบาบางลง แถมยังทำให้ระบบการขับถ่ายของคุณมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นจากเดิมอีกด้วย 3.การดื่มชาอุ่นๆ จะช่วยคุณรอดพ้นจากอาการปวดท้อง ชาที่คุณควรจะดื่มคือชาคาโมมายล์ ชาเขียว ชาใบหม่อน ชาตะไคร้และขิงผง เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะช่วยให้ภายในท้องของคุณอบอุ่นขึ้น และยังสามารถช่วยขับลม แก้อาการท้องอืดจุกเสียดได้เป็นอย่างดี! 4.การพักผ่อนเป็นเรื่องที่สำคัญ! การพักผ่อนเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก! เพราะเมื่อไหร่ที่คุณนอนไม่พอ ร่างกายจะเกิดความเครียดโดยอัตโนมัติและปล่อยกรดเป็นจำนานมากภายในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดกรดเกินภายในกระเพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องนั่นเอง! 5.เปปเปอร์มินท์ เปปเปอร์มินท์มีส่วนผสมของเมนทอล ซึ่งเปรียบเสมือนยาระงับอาการปวดตามธรรมชาติ ทำให้เปปเปอร์มินท์ถือว่าเป็นสมุนไพร ที่ช่วยในการรักษาสำหรับผู้ที่มีอาการคลื่นไส้และปวดท้อง 6.น้ำมะนาวอุ่นสักแก้วก็ช่วยได้นะ น้ำมะนาวอุ่นๆ จะช่วยรักษาอาการปวดท้องได้เป็นอย่างดี […]

มาทำความรู้จักฮีโร่แห่งยุค กับยาแก้กรดไหลย้อน!

มาทำความรู้จักฮีโร่แห่งยุค กับยาแก้กรดไหลย้อน! ในปัจจุบันนี้คงจะไม่มีโรคไหนที่ฮอตฮิตเท่ากับอาการกรดไหลย้อนอีกแล้ว! เรียกได้ว่ายาแก้กรดไหลย้อนกลายเป็น Item เด็ด ที่ทุกคนต้องมีติดกระเป๋า อาจจะเพราะด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนรุ่นใหม่ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการนอนดูหนังไปด้วย รับประทานอาหารไปด้วย การเร่งรีบที่จะรับประทานอาหารให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ฯลฯ ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คุณนั้นเกิดอาการกรดไหลย้อนเอาได้ และในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับโฉมหน้าของฮีโร่ ที่จะพาคุณก้าวข้ามผ่านความทรมานอย่าง ‘ยาแก้กรดไหลย้อน’ ซึ่งจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลย แนวทางการรักษาโรคกรดไหลย้อน แม้ว่าอาการกรดไหลย้อน จะไม่ได้ทำให้คุณนั้นอันตรายถึงชีวิต แต่! ถ้าปล่อยให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ก็อาจจะส่งผลร้ายได้มากกว่าที่คิด ดังนั้นแพทย์ทำการรักษาตามระดับอาการที่คุณเป็น โดยเริ่มจาก 1.ทดลองให้ยาลดกรดชนิด Proton pump inhibitor (PPI) ขนาดสูง (PPI Test) เช่น omeprazole (miracid®), esomeprazole (nexium®), rabeprazole (pariet®), lansoprazole (prevacid®) เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ แล้วสรุปผลการรักษาว่าอาการที่คุณเป็นอยู่นั้นดีขึ้นบ้างหรือไม่ 2.ส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อที่ว่าแพทย์จะมองเห็นแผลหรือต้นเหตุที่ทำให้มีอาการกรดไหลย้อนนั่นเอง 3.ส่งตรวจวัดค่าความเป็นกรด ด่าง (pH) […]

เปิดตำราดู! เกี่ยวกับความรู้ดีๆเรื่องกินยาแก้โรคกระเพาะ

เปิดตำราดู! กับความรู้เรื่องการกินยาแก้โรคกระเพาะ! หลายๆ คนคงจะเข็ดและไม่อยากที่วนกลับไปเป็น ‘โรคกระเพาะ’ อีก เพราะนอกจากความทรมานที่คุณจะได้รับแล้ว การเป็นเจ้าโรคนี้จะสร้างลำบากในการใช้ชีวิตแบบสุดๆ เพราะคุณต้องพกยาแก้โรคกระเพาะไปด้วยทุกที ป้องกันการเกิดอาการในยามฉุกเฉิน แต่! ในวันนี้เราจะมาขยายความและทำความเข้าใจกันว่า โรคกระเพาะนั้นเกิดจากอะไร และต้องกินยาอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีที่สุด! 6 สาเหตุที่ทำให้คุณนั้นต้องพกยาแก้โรคกระเพาะไปด้วยทุกที่ 1.มีนิสัยการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น กินอาหารอย่างเร่งรีบและรวดเร็วจนเกินไป กินอาหารไม่เป็นเวลา อดมื้อกินมื้อ 2.การสูบบุหรี่ นอกเหนือจากจะทำลายปอดแล้ว การสูบบุหรี่ยังทำลายและส่งผลให้เกิดแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้นได้อีกด้วย 3.ติดเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร ติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือการดื่มน้ำ ที่ปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อ 4.ภายในกระเพาะ มีการหลั่งกรดมากจนเกินไป ส่งผลให้เกิดแผล! 5.ความเครียดภายในร่างกาย จะส่งผลให้เกิดกรดเกินภายในกระเพาะ 6.รับประทานอาหารที่ทำร้ายกระเพาะ อย่างเช่น อาหารที่ย่อยยาก หรืออาหารที่มีรสชาติเผ็ดเกินไป โดยสาเหตุทั้ง 6 ข้อนี้ จะนำพาตัวคุณไปสู่โรคกระเพาะ จนทำให้ต้องพกยาแก้โรคกระเพาะติดตัวไว้ตลอดเวลา ดังนั้นข้อไหนเลิกได้ ลดได้ ก็ทำซะ! เพื่อสุขภาพที่ดีของระบบภายในของคุณนั่นเอง ต้องรอให้อาการรุนแรงแค่ไหนถึงรับประทานยาแก้โรคกระเพาะ ? หากถามว่าต้องรออาการรุนแรงแค่ไหน ถึงต้องไปหายาแก้โรคกระเพาะมารับประทาน คงตอบได้เลยว่า ‘ทันทีที่รู้ตัวว่าเป็น’ เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน แผลภายในกระเพาะจะยิ่งใหญ่ขึ้น จนส่งผลให้คุณเกิดความทรมานต่อร่างกายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม […]